ความอ่อนไหวเป็นเรื่องปกติไหม?
มนุษย์ทุกคนนั้นล้วนมีอารมณ์และความรู้สึกเป็นของตัวเอง แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ติดอยู่กับอารมณ์อ่อนไหว แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหากในช่วงเวลาของคนเรานั้นจะมีความรู้สึกเศร้า หรือความรู้สึกแย่ต่าง ๆ ที่มากมาย แต่หากว่ามากเกินไปจนรู้สึกว่ามากเกินกว่าความปกติแบบนี้เราจะทำอย่างไรดี ควรต้องรับมือแบบไหนให้ความอ่อนไหวณนี้ไม่ดาวน์จนเกินไป ให้ความเศร้ายังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติอยู่ งั้นเราไปดู How to เรียนรู้ที่จะรับมือกับความอ่อนไหวกันดีกว่า
How to เรียนรู้ที่จะรับมือกับความอ่อนไหว
1. จดบันทึกอารมณ์ตัวเอง
คนที่มีอารมณ์อ่อนไหวควรทำหารสังเกตอารมณ์และความคิดของตัวเองในแต่ละวัน ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้สง เพื่อนำมาอ่านและทบทวนในแต่ละวัน ไขถึงข้อสังเกตว่าอารมณ์อ่อนไหวเหล่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ด้วยการจดบันทึกสังเกตตัวเอง เช่น
-วันนี้เรามีอารมณ์ มีความรู้สึกอย่างไร
-อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดความรู้สึกเหล่านั้น
-เวลามีอารมณ์แบบนี้ เรามีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร
-แล้วเรารู้สึกอย่างไรในขณะนี้
-เราคิดยังไงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทำไมถึงตอบสนองต่อเหตุการณ์ไปแบบนั้น
-เราต้องการอะไรเวลาที่รู้สึกแบบนี้
-เราเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนไหม
เช่น การคิดแง่ลบสุดโต่ง อารมณ์ไม่ดีเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ร้องไห้บ่อยมาก เป็นต้น
2. สำรวจว่าอะไรคือสิ่งกระตุ้นความอ่อนไหว
เมื่อเราทำการจดบันทึกจะสามารถทำให้เราเห็นภาพได้ชีกเจนมากขึ้นของต้นเหตุและปลายเหตุ รวมไปถึงสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นเราปบบที่อาจไม่รู้ตัว เช่น การฟังเพลงเศร้าแล้วรู้สึกแย่ แย่จนร้องไห้ แย่เหินกว่าการฟังเพลงเศร้าของคนปกติ, หรือการโกรธอะไรง่าย ๆ ถึงแม้ว่าปัญหาจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม การที่เราได้เห็นสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจและอารมณ์ของเราจะช่วยให้ได้รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง และอยู่ให้ห่างจากสอ่งที่กระตุ้นความอ่อนไหวเหล่านั้น
3. ฝึกควบคุมอารมณ์ตัวเอง
เมื่อมีอารมณ์อ่อนไหวอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น การระเบิดอารมณ์ของตัวเอง การที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้จนระเบิดออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เสี่ยงต่อตัวเองเราจึงไม่ควรที่ต้องทนอยู่ตรงนั้น หากหนีออกมาได้ ให้ออกมา เพื่อเซฟความรู้สึกของตัวเองให้ได้มากที่สุด และเพื่อจะได้ควบคุมอามรมณ์ของตัวเองได้และวางแผนรับมือล่วงหน้า
4. ปล่อยให้ตัวเองได้สัมผัสกับอารมณ์ภายใน
เราควรหาสักมุมนึงที่คิดว่าเป็นพท้นที่ปลอดภัยที่ตะสามารถปล่อยอารมณ์ออกมาได้ ‘มุมปลอดภัย’ นี้อาจเป็นสถานที่หรือเป็นบุคคลก็ได้ที่ให้ความรู้เซฟโซนกับเรา อย่างบนเตียงในห้องนอน ดาดฟ้าที่บ้าน หรือเพื่อนสนิท เพื่อใช้ในการแสดงความรู้สึกและปลดปล่อยอารมณ์ออกมา อย่าปิดซ่อนอารมณ์อ่อนไหวของตัวเอง แต่ควรอ้าแขนรับมัน เพราะการปฏิเสธอารมณ์ของตัวเองจะส่งผลกระทบทางลบต่อจิตใจ
5. กล้าสื่อสารความต้องการ ความรู้สึกของตัวเองออกมา
บางครั้งที่เรามีอารมณ์อ่อนไหวมากเกินไป อาจเป็นเพราะเราไม่ได้สื่อสารความรู้สึกหรือความต้องการของตัวเองให้กับผู้อื่นอย่างชัดเจน จึงส่งผลให้อารมณ์ต่าง ๆ สะสมอยู่ในใจเรามากเกินไป เพราะฉะนั้นเราจึงควรฝึกทักษะการสื่อสารให้ดี เพื่อที่จะได้สื่อสารความต้องการและความรู้สึกของตัวเองออกมาให้ได้
6. อย่าตัดสินหรือคิดไปเองในทางลบ
ขอบอกว่าข้อนี้สำคัญมาก เพราะการคิดเองเออเองจะทำให้เรามีอารมณ์อ่อนไหวมากกว่าปกติ การคิดแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาจะทำให้เรามีอารมณ์อ่อนไหวมากขึ้น ใครที่รู้ตัวว่าชอบคิดไปเองในทางลบ แนะนำว่าให้คอยย้ำกับตัวเองบ่อย ๆ ว่าเรากำลังคิดไปเอง และห้ามตีโพยตีพายคิดแทนคนอื่น หรือด่วนสรุปเรื่องต่าง ๆ ด้วยตัวเองเชียว หรือมั่นใจในความคืดตัวเองเมื่อมีอะไรแง่ลบเข้ามา
7. ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อเราพยายามรับมือกับความอ่อนไหวทางอารมณ์ของตัวเอง แต่กลับรู้สึกว่าเกินจะรับไหวแล้ว การไปขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญคือทางเลือกที่ดี เพราะเราจะได้รับการตรวจสอบว่าอารมณ์ที่อ่อนไหวมาก ๆ มีสาเหตุมาจากอะไร และผู้เชี่ยวชาญก็จะสอนให้เราสามารถรับมือกับความรู้สึกต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมมากขึ้นด้วย
8. หากรู้สึกอ่อนไหวมาก ๆ อาจเกิดจากภาวะซึมเศร้า
ใครที่รู้สึกว่าช่วงนี้ขี้หงุดหงิด เจ้าน้ำตา ขี้รำคาญมากกว่าปกติ หรือรู้สึกว่ามีความผิดปกติทางอารมณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ควรหมั่นสังเกตอารมณ์ตัวเองให้มากขึ้น ถ้าหากมีความเกินกว่าปกติ ไม่เป็นแบบนี้มาก่อน นั่นอาจเริ่มเป็นภาวะซึมเศร้าขึ้นมาได้ ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้เร็วที่สุด
เรียนรู้และรับมือให้ได้!
สำหรับใครที่มีช่วงเวลาอารมณ์อ่อนไหวเป็นพิเศษแบบนี้ จึงควรเริ่มที่จะทำการเรียนรู้หาวิธีรับมือที่จะอยู่กับความรู้สึกเหล่านี้ได้แล้ว และวิธีการใน 8 ข้อข้างต้นนี้ถือว่าเป็นการสังเกตและดูอารมณ์ของเราได้เป็นอย่างดี เพราะหากความรู้สึกแย่เหล่านี้ดาวน์ไปมาก ๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและร่างกายของเราได้ เราจึงควรที่จะเรียนรู้อยู่กับมันแบบที่ไม่ส่งผลเสียต่อตัวเอง
